วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

หุ่นเป๊ะๆ แค่กล้วยๆ

ผอม สวย กล้วยช่วยคุณได้




          การไดเอ็ทเป็นเรื่องปกติของสาวๆ แต่บางทีการไดเอ็ทนานๆมันก็ดูทรมานกินนู่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้ คุณอย่าลืมว่าการอดกลั้นไม่กินของที่อยากกินนั้นก่อให้เกิดความเครียด ซึ่งเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของการไดเอ็ท ซึ่งนอกจากจะเป็นการฝืนตัวเองแล้วยังไม่สามารถปฎิบัติได้ทุกวันอีกด้วย ดังนั้นเราจึงมีวิธีแนะนำดีๆที่ไม่ต้องอด ไม่ต้องทน, ไม่เปลืองเงิน, ไม่เปลืองเวลา คือการทานแค่กล้วยกับน้ำเปล่าในมื้อเช้า เพราะไม่จำเป็นต้องมาแบ่งเวลาเตรียมอะไรก็สามารถจบมื้อเช้าได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การรับประทานน้ำเปล่าเข้าร่างกายให้เพียงพอในช่วงเช้าของวันยังทำให้การหมุนเวียนของเลือดและของเหลวในร่างกานดีขึ้น ส่งผลให้การขับของเสียออกจากร่างกาย


วิธีปฎิบัติของกล้วยมื้อเช้า


1. กินกล้วยหอมอย่างเดียวในมื้อเช้า
          เคี้ยวให้ละเอียด ปล่อยให้ลิ้นได้รับรสอร่อยของกล้วย จะกินกี่ลูกก็ได้ตามต้องการแต่ถ้าหากคุณยังรู้สึกหหิวอยู่ละก็ หลังจากกินกล้วยแล้วให้คุณเว้นระยะสัก 15 - 30 นาที แล้วค่อยกินอย่างอื่น

2. ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น!!! และดื่มบ่อยๆ
          เพราะนอกจากการไหลเวียนของของเหลวในร่างกายจะดีขึ้นแล้วประสาทการรับรสของเราจะดีขึ้น เวลาที่เรากินอาหารจะทำให้เรารู้สึกว่าอร่อยกว่าที่ผ่านมาทำให้คุณรู้สึกอื่มได้ด้วยปริมาณอาหารที่พอเหมาะ

3. กินอาหารกลางวันตามปกติ
          มื้อกลางวันคุณสามารถจะเลือกกินอะไรก็ได้ แต่ขอให้เคี้ยวให้ละเอียด และรับรสชาติของอาหารให้เต็มที่

4. กินของว่างได้ตอนบ่ายสาม
          คุณสามารถกินของว่างได้ทุกวัน แต่เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณกินมากเกินไป ขอจำกัดไว้ที่หนึ่งอย่างต่อวัน แต่ถ้าต้องการไดเอ็ทเร็วๆขอให้ของว่างที่กินนั้นเป็นผลไม้ แต่กินเพียชนิดเดียวเท่านั้น

5. กินอาหารเย็นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
          ให้หินอาหารเย็นในช่วง18.00 - 20.00 น. นอกจากนี้พยายามไม่กินของหวานหลังอาหารเย็น

6. นอนก่อนขึ้นวันใหม่
          พยายามนอนให้เร็วเป็นนิสัย ดึกแค่ไหนก็ต้องนอนก่อนเที่ยงคืนนะคะ

7. ออกกำลังกายเมื่ออยากออก! อย่าหักโหม
          การออกกำลังกายทั้งๆที่ร่างการรู้สึกทรมานนั้นเกิดผลเสีย ขอแนะนำให้ออกกำลงักายในปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

8. จดบันทึกไดอารี่ให้เป็นนิสัย
          เพื่อเป็นการทบทวนว่าในแต่ละวันเรากิน เราทำอะไรไปบ้างเพื่อจะได้รู้ข้อบกพร่องของตนเองค่ะ


ข้อดี 6 ข้อของกล้วยมื้อเช้า


1. ร่างกายได้รับปริมาณน้ำที่เพียงพอ
          การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายดีขึ้น
2. ร่างกายได้รับวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหาร
          ได้รีบสารอาหารที่มักได้รับไม่เพียงพอเพิ่มเติมจากการกินปกติ
3. ร่างกายได้รับไฟโตเคมิคัล
          สุขภาพแข็งแนงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
4. ร่างการได้รับเอนไซม์ช่วยย่อย
          กระบวนการเผาผลาญพลังงานทำงานได้ดีขึ้นด้วยเอ็นไซม์ในกล้วย
5. กระเพาะและลำใส้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
          กระเพาะลำใส้ฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้น
6. ความหวานของผลไม้ช่วยลดปริมาณของหวานระหว่างมื้อ
          ลดปริมาณน้ำตาลที่เข้าสู่ร่างกาย

          เพียงเท่านี้นอกจากจะได้ร่างกายที่ดูสมส่วนแล้วคุณยังได้ร่างการที่แข็งแรงดีกว่าการไดเอ็ทอดอาหาร หรือการต้องไปเสียเงินค่าคอสลดความอ้วนต่างๆที่อาจจะทำให้คุณทั้งเสียเงิน เสียสุขภาพแล้วอาจจะเสียเวลาปล่าว บางคนอาจกลับมาเท่าเดิม บางคนอาจอ้วนหนักกว่าเดิม ถ้ารักตัวเองจริงๆลองมาใส่ใจสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติกันดูนะคะ ^^

ที่มา (ฮามาจิ จิน วาตานาเบะ, 2552 : 32-43)
        (http://www.meedate.com/blogs/quotbananaquotdietrecipeshitofyoungdansakura/, 10 กันยายน 2555)

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
หุ่นเป๊ะๆ แค่กล้วยๆ ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

กล้วยต้านโรค

ยอดแห่งผลไม้เปิดเผยความลับสารอาหารในกล้วย



1. วิตามิน B1, B2
          เร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน, ป้องกันตัวบวม, ฟื้นฟูร่างกายจากการเหนื่อยล้า

2. โปแตสเซียม
          กล้วยเป็นผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูงที่สุดในบรรดาผไม้ทั้งหมด โปแตสเซียมช่วยในการขับโซเดียมซึ่งทำให้ความดันเลือดสูงออกทางปัสสาวะ ทำให้ลดการบวมของร่างกายได้

3. แมกนีเซียม
          แมกนีเซียมช่วยควบคุมความดันเลือดและการทำงานของแคลเซียมในร่างกาย

4. เส้นใยอาหาร
          เส้นใยอาหารเป็นสิ่งที่เรามักจะได้รับไม่เพียงพอว่ากันว่าผู้หญิงในเก้าสิบคนจะขาดเส้นใยอาหาร ในกล้วยมีเส้นใยอาหารอยู่เพียบ ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ดีมากเลยค่ะ

5. เซโรโทนิน
          กล้วยมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ซึ่งเป็นสารที่ไม่ค่อยมีในผลไม้อื่น เซโรโทนินช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลายทำให้หลับได้สบายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการหงุดหงิด ทำให้ไม่รับประทานอาหารมากเกินไปด้วย

6. ไฟโตเคมิคัล
          กล้วยมีสารไฟโตเคมิคัล เช้น โพลีฟีนอลและยูจีนอล โพลีฟีนอลมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอความแก่

7. เอนไซม์
          ผลไม้มีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อยอาหารอยู่เป็นจำนวนมากสารอาหารจากผลไม้จึงสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันทีทำให้กระเพาะลำใส้มีเวลาได้พักมากขึ้น

8. น้ำตาลเพิ่มสมาธิ
          นอกจากในกล้วยจะมีน้ำตาลกลูโคสซึ่งร่างการสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันทีแล้วยังมีน้ำตาลชนิดอื่นที่ร่างกายสามารถดูดซึมปใช้ได้ด้วยความเร็ซต่างๆกัน เช่น ฟรุกโตส, ซูโครส, และแป้งเป็นต้น การที่ร่างกายสามารถด้รับน้ำตาลประเภทต่างๆในคราวเดียวกัน ทำให้อิ่มท้องได้นาน และเพิ่มการคงระดับสมาธิได้ต่อเนื่องอีกด้วย



         นอกจากสารอาหารมากมายที่อยู่ในกล้วยแล้วกล้วยยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคต่างๆได้อย่างอีกมากมายเลยทีเดียวค่ะ เช่น
 
1. โรคโลหิตจาง
          ในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด และจะช่วยในกรณีที่มีสภาวะขาดกำลัง หรือภาวะโลหิตจาง

2. โรคความดันโลหิตสูง
          มีธาตุโปรแตสเซียมสูงสุด แต่มีปริมาณเกลือต่ำ ทำให้เป็นอาหารที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่จะช่วยความดันโลหิตมาก อย.ของอเมริกา ยินยอมให้อุตสาหกรรมการปลูกกล้วยสามารถ โฆษณาได้ว่า กล้วยเป็นผลไม้พิเศษช่วยลดอันตรายอันเกิดจากเรื่องความดันโลหิตหรือโรคเส้นเลือดฝอยแตก

3. กำลังสมอง
          มีงานวิจัยในกลุ่มนักเรียน 200 คน โรงเรียน Twickenham พบว่ากินกล้วยมื้ออาหารเช้า ตอนพัก และมื้ออาหารกลางวันทุกวัน เพื่อช่วยส่งเสริมกำลังของสมองในพวกเขา ได้รับผลดีจากการสอบตลอดปี ด้วยการจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าปริมาณโปรแตสเซียมที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในกล้วยสามารถให้นักเรียนมีการตื่นตัวในการเรียนมากขึ้น

4. โรคท้องผูก
          ปริมาณเส้นใยและกากอาหารที่มีอยู่ในกล้วยช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติ และยังช่วยแก้ปัญหาโรคท้องผูกโดยไม่ต้องกินยาถ่ายเลย

5. โรคความซึมเศร้า
          จากการสำรวจ ในจำนวนผู้ที่มีความทุกข์เกิดจากความซึมเศร้าหลายคนจะมี ความรู้สึกที่ดีขึ้นมากหลังการกินกล้วย เพราะมีโปรตีนชนิดที่เรียกว่า Try Potophan เมื่อสารนี้เข้าไปในร่างกายจะ ถูกเปลี่ยนเป็น Rerotonin เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวผ่อนคลายปรับปรุงอารมณ์ให้ดีขึ้นได้ คือทำให้เรารู้สึกมีความสุขเพิ่มขึ้นนั่นเอง

6. อาการเมาค้าง
          วิธีที่เร็วที่สุดที่จะแก้อาการเมาค้าง คือ การดื่มกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง กล้วยจะทำให้ กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไปในขณะที่นมก็ช่วย ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา

7. อาการเสียดท้อง
          กล้วยมีสารลดกรดตามธรรมชาติที่มีผลต่อร่างกายของเรา ถ้าปัญหาเกี่ยวกับอาการเสียด ท้อง ลองกินกล้วยสักผล คุณจะรู้สึกผ่อนคลายจากอาการเสียดท้องได้

8. ความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า
          การกินกล้วยเป็นอาหารว่างระหว่างมื้ออาหาร จะรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้คงที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกไม่สบายในตอนเช้า

9. ยุงกัด
          ก่อนใช้ครีมทาแก้ยุงกัด ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด มีหลายคนพบอย่างมหัศจรรย์ว่า เปลือกกล้วยสามารถแก้เม็ดผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้

10. ระบบประสาท
          วิธีควบคุมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด ด้วยการกินอาหารว่างที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างทุก 2 ชั่วโมง เพื่อรักษาปริมาณน้ำตาลให้คงที่ตลอดเวลา การกินกล้วยที่มีวิตามินบี 6 ซึ่งประกอบด้วยสารควบคุมระดับกลูโคสที่สามารถมีผลต่ออารมณ์ ช่วยทำให้ระบบประสาทสงบลงได้

11. โรคลำไส้เป็นแผล
          กล้วยเป็นอาหารที่แพทย์ใช้ควบคุม เพื่อต้านทานการเกิดโรคลำไส้เป็นแผล เพราะเนื้อของกล้วยมีความอ่อนนิ่มพอดี เป็นผลไม้ชนิดเดียวที่ทานได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องโรคลำไส้เรื้อรัง และกล้วยยังมีสภาพเป็นกลางไม่เป็นกรด ทำให้ลดการระคายเคือง และยังไปเคลือบผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
 
12. การควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
          ในวัฒนธรรมของหลายแห่งเห็นว่ากล้วย คือผลไม้ที่สามารถทำให้ อุณหภูมิเย็นลงได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอุณหภูมิของอารมณ์ของคนที่เป็นแม่ที่ชอบคาดหวัง ตัวอย่างในประเทศไทย จะให้ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รับประทานกล้วยทุกวันเพื่อให้แน่ใจว่า ทารกที่เกิดมา จะมีอุณหภูมิเย็น

13. ความสับสนของอารมณ์เป็นครั้งคราว
          กล้วยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์และความสับสนได้ เพราะในกล้วยมีสารตามธรรมชาติ Try Potophan ทำให้อารมณ์ดี
 
14. การสูบบุหรี่
          กล้วยสามารถช่วยคนที่กำลังพยายามเลิกสูบบุหรี่ เนื่องจากในกล้วยมีปริมาณของวิตามินซี เอ บี6 และบี 12 ที่สูงมาก และยังมีโปรแตสเซียมกับแมกนีเซียม ที่ช่วยทำให้ร่างกายฟื้นคืนตัวได้เร็วอันเป็นผล จากการลดเลิกนิโคตินนั่นเอง

15. ความเครียด
          โปรแตสเซียมเป็นสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ การส่งออกซิเจน ไปยังสมอง และปรับระดับน้ำในร่างกาย เวลาเกิดอารมณ์เครียด อัตรา metabolic ในร่างกายของเราจะขึ้นสูง และทำให้ระดับโปรแตสเซียมในร่างกายของเราลดลง แต่โปรแตสเซียมที่มีอยู่สูงมากในกล้วยจะช่วยให้เกิด ความสมดุล

16. เส้นเลือดฝอยแตก
          จากการวิจัยที่ลงในวารสาร "The New England Journal of Medicine" การกินกล้วยเป็นประจำสามารถลดอันตรายที่เกิดกับเส้นโลหิตแตกได้ถึง 40%

17. โรคหูด
          การรักษาหูดด้วยวิธีทางเลือกแบบธรรมชาติ โดยการใช้เปลือกของกล้วยวางปิดลงไปบนหูด แล้วใช้แผ่นปิดแผลหรือเทปติดไว้ให้ด้านสีเหลืองของเปลือกกล้วยออกด้านนอก ก็จะสามารถรักษาโรคหูดให้หายได้


ที่มา (http://variety.teenee.com/foodforbrain/16288.html, 10 กันยายน 2555)
        (ฮามาจิ จิน วาตานาเบะ, 2552 : 30-31)

 
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
กล้วยต้านโรค ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.

สวยเว่อร์ๆ แค่กล้วยๆ

               เราจะเห็นได้ว่ากล้วยนั้นมีประโยชน์สารพัดทั้งราคาถูก หาซื้อได้ง่าย พร้อมอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารและวิตามินหลายๆชนิด เช่น วิตามิน B2,B6,B12,PP,E และ A และนอกจากที่เราจะรับประทานสด หรือการนำไปประกอบอาหารคาว หรือของหวานต่างๆแล้ว กล้วยยังนำมาดูแลผิวพรรณได้รอบด้านอีกด้วย ก่อนอื่นจะมาแนะนำสูตรพอกหน้าให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลกันก่อนเลยค่ะ


สวยกล้วยๆกับผิวหน้า

 


สูตรกล้วยเพื่อผิวเนียนนุ่ม

ส่วนผสม กล้วย 1 ผล, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ปอกกล้วยแล้วนำกล้วยหอมที่เตรียมไว้ผสมกับน้ำผึ้ง
2. ปั้นกล้วยกับน้ำผึ้งให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นเนื้อครีมละเอียด
3. ล้างหน้าให้สะอาดแล้วนำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า(ยกเว้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก)
4. ทิ้งไว้ประมาณ 10 - 15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ข้อแนะนำ ถ้าเป็นไปได้ควรล้างด้วยน้ำเย็น เพราะจะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น


สูตรกล้วยเผยผิวสว่างใส

 




 
ส่วนผสม กล้วย 1 ผล, นมสด 1/2 ถ้วยตวง

วิธีทำ



1. ปอกกล้วยแล้วนำกล้วยหอมที่เตรียมไว้ผสมกับนมสด
2. ปั้นกล้วยกับนมสดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นเนื้อครีมละเอียด

3. นำส่วนผสมที่เตรียมมาพอกทั้งใบหน้าและลำตัวประมาณ 20 นาทีและล้างออก

เพิ่มเติม คุณค่าจากน้ำนมจะช่วยให้ผิวสว่างใสขึ้น และโปรตีนจากกล้วยจะทำใหเผิวเนียนนุ่มไปพร้อมๆกัน


สูตรกล้วยลดผิวมัน

ส่วนผสม กล้วย 1 ผล, น้ำมะนาว, น้ำผึ้ง

วิธีทำ



1. ปอกกล้วยแล้วนำกล้วยหอมที่เตรียมไว้ผสมกับน้ำผึ้งและมะนาว
2. ปั้นกล้วยกับน้ำผึ้งและมะนาวให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นเนื้อครีมละเอียด

3. จากนั้นนำไปพอกหน้าปะมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกจะช่วยเผยผิวสวย และลดความมันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

คำแนะนำ สูตรนี้ไม่เหมาะกับสาวหน้าแห้ง เพราะยิ่งจะทำให้หน้าแห้งขึ้นไปอีก

 

สูตรกล้วยเพื่อผิวเนียนกระชับ

ส่วนผสม กล้วย 1 ผล, น้ำมันมะพร้าว





วิธีทำ

1. ปอกกล้วยแล้วนำกล้วยหอมที่เตรียมไว้ผสมกับน้ำมันมะพร้าว

2. ปั้นกล้วยกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นเนื้อครีมละเอียด


3. 
นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยให้ผิวเนียนใส นุ่มเหมือนกับเด็กแรกรุ่นเรยทีเดียว


สูตรกล้วยเพื่อผิวหน้านุ่ม

ส่วนผสม กล้วย 1 ผล, ไข่แดง, น้ำนม


วิธีทำ

1. ปอกกล้วยแล้วนำกล้วยหอมที่เตรียมไว้ผสมกับไข่แดงและน้ำนม

2. ปั้นกล้วยกับไข่แดงและน้ำนมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันจนเป็นเนื้อครีมละเอียด

3. นำไปพอกใบหน้าแล้วทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก

คำแนะนำ สูตรนี้
ควรทำก่อนอาบน้ำครึ่งชั่วโมง เพื่อที่จะได้ล้างกล้วยและไข่แดงออกไปพร้อม ๆ กับการอาบน้ำ และทางที่ดีที่สุด ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้เหมาะอย่างยิ่งกับสาวหน้าแห้งค่ะ




สวยกล้วยๆกับผิวกาย








มาส์กผิวนุ่มชุ่มชื่น

ส่วนผสม กล้วยหอมสุก 1 ผล, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่ขาว 1 ฟอง, ดินสอพองบด 1 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตีไข่ขาว เทโยเกิร์ตและน้ำผึ้งลงไป ตามด้วยดินสอพอง คนให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด
2. บดกล้วยหอมสุกจนเนื้อละเอียดเนียน แล้วลงผสมกับส่วนผสมในข้อ 1
3. เมื่อได้ส่วนผสมเรียบร้อย ทาส่วนผสมที่ได้บนผิวกาย นวดเบาๆให้ทั่ว ทาให้หนาพอควร
4. ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น (แต่ไม่อุ่นจัด) ทำเป็นประจำประมาณ 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ ผิวหน้าจะดูนุ่มนวลและสดใสมากขึ้น


มาส์กลดผิวแห้งกร้าน

ส่วนผสม กล้วยหอมสุก

วิธีทำ
1. ปอกกล้วยและนำกล้วยไปบด
2. พอกบริเวณที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก หัวเข่า หรือมือ
3. ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกกล้วยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านลงได้ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งนะคะ ถึงจะเห็นผลได้ทันตา

เพิ่มเติม กล้วยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และลดความหยาบกร้านลงได้ 







คำแนะนำ 
ทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถึงจะเห็นผลได้ทันตา



สวยกล้วยๆกับเส้นผม

มาสก์ผมนุ่มสลวย

ส่วนผสม กล้วยหอมสุก 1 ผล,น้ำมักมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ 
1. บดกล้วยหอมสุกจนละเอียด เติมน้ำมันมะกอกลงไปผสมให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสมที่ได้พอกลงบนผมที่แห้งให้ทั่วศีรษะ ตั้งแต่โคนจรดปลายผม 
3. หมักทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วสระผมด้วยแชมพูตามปกติเพียงแค่นี้ ผมก็จะนุ่มขึ้นเงางามขึ้น

 
คำแนะนำ ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง


ที่มา (http://women.kapook.com/view16890.html, 10 กันยายน 2555)
            (สุดสัปดาห์, ปีที่42, ฉบับที่ 998 , 2555 : 46)

 
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สวยเว่อร์ๆ แค่กล้วยๆ ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.